ฟาย โปรเซสซิ่ง.....

posted on 10 Mar 2009 21:18 by reroyd in at-university

ชีวิตการเรียนสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์มันไม่ได้ง่าย เหมือนที่หลาย ๆ คนคิดนะครับ

ไม่ใช่ว่านึุกไม่ออก แต่กูชอบเล่นคอม เอาวะ กูจะเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์

เพราะชื่อมันบ่งบอกว่า "น่าจะง่าย" ยังไงก็คิดกันให้ดี ๆ ก่อนที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

นะครับ เพราะเพื่อนผมก็หายหน้าหายตาไปหลายคนแล้วเหมือนกัน.....

 

 

ถึงผมจะสอบเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ยังเหลือโปรเจกต์

วิชาเมเจอร์ตัวจี๊ด อยู่อีก 1 ตัว มันคือวิชาปราบเซียน File Processing หรือแปลเป็นไทย

แบบปะแล่ม ๆ ว่า "การประมวลผลแฟ้มข้อมูล" เข้าเรียนครั้งแรก อาจารย์ถาม

พวกผมเลยครับ

 

อาจารย์ : ตอนปี 1 ผมสอนภาษาอะไรพวกคุณไปนะ ?

นศ. : ภาษา C

อาจารย์ : OK เราจะมาเรียน File Processing ด้วยภาษา C กัน

 

อาจารย์บอกว่าคอนเซปต์ของวิชานี้ มีไม่กี่อย่าง

"เพิ่ม, ลบ, แก้ไข, ค้นหา พวกคุณทำอยู่แค่นี้แหละเรียนวิชานี้"

ได้ยินครั้งแรกเหมือนกับจะให้ไปสั่ง New File ใน C:\ เพื่อสร้างไฟล์ แล้วก็ลบมันเล่น ๆ

ให้ไปเปิด Start > Search เพื่อค้นหาไฟล์ หรือเปิด Notepad ขึ้นมาแก้ไขไฟล์ชิว ๆ

เปล่าเลยครับ ลบภาพที่คิดไปได้เลย สำหรับผมวิชานี้เรียนแล้วปวดตับรองลงมาจาก

วิชา Discrete Structure หรือชื่อภาษาไทยคือ "วิชาโครงสร้างไม่ต่อเนื่อง" เลยล่ะครับ

 

วิชานี้วัน ๆ จะเปิดแต่ BorlandC และ Notepad เท่านั้น นั่นคือต้องเขียนโปรแกรม

ขึ้นมาเพิ่อที่จะจัดการไฟล์ที่เราสร้างขึ้นมาอีกที แค่นี้ก็ปวดตับแล้วครับไหนจะ

ความสัมพันธ์ระหว่างไฟล์ (แน่นอนเราไม่ได้จัดการแค่ไฟล์ ไฟล์เดียว

แต่ต้องจัดการทีละหลาย ๆ ไฟล์) ที่น่าปวดหัว ไหนจะอัลกอริทึมการค้นหาข้อมูล

ภายในไฟล์ ซึ่่งมันไม่ได้มีแค่อย่างเดียว อัลกอริทึมนี้

เหมาะกับการเก็บข้อมูลในไฟล์แบบนี้ อัลกอริทึมแบบนั้นเหมาะกับการเก็บข้อมูล

แบบนั้น ไหนจะการลบข้อมูลในไฟล์ ไม่ได้ลบ ๆ ไปให้มันหมด แต่ต้องรู้อีกว่า

User จะลบตรงไหน แค่ไหน ตั้งแต่ไหน ถึงไหน ไหนจะการแก้ไขข้อมูลภายในไฟล์

ซึ่งปวดตับกว่าการค้นหา และการลบข้อมูลเยอะ เพราะมันต้องใช้ทั้งสองอย่าง

เอามารวมกัน

 

มาถึงโปรเจกต์จบวิชานี้ักันบ้าง อาจารย์ให้เสนอมาคู่ละ 1 โปรแกรม ซึ่งคุณจะเขียน

โปรแกรมอะไรก็ได้ที่มันเกี่ยวกับการจัดการไฟล์

 

ไอ้ทีแรกกลุ่มผมก็เสนอโปรแกรม ASCII ART BUILDER เป็นโปรแกรมสร้าง ASCII ART

(กะเนียน เพราะเท่าที่คิดไว้โปรแกรมนี้จะใช้การคำนวนค่อนข้างน้อย แต่จัดการไฟล์

เยอะหน่อย) ซึ่งตอนแรก อาจารย์ก็ OK แต่สองสัปดาห์ให้หลัง อาจารย์ขอร้องให้

กลุ่มผมเปลี่ยนให้ไปทำอย่างอื่นที่มันเกี่ยวกับการจัดการไฟล์มากกว่านี้

 

ก่อนสอบคู่ผมมันก็ว่า ทำโปรแกรม Grooming Service ไหม ? บริหารร้านอาบน้ำสัตว์

"เออโปรแกรม กูม ๆ อะไรนั่นก็ได้ เอาไปเสนอ อาจารย์ถ้าอาจารย์ OK กูก็จะทำ"

ว่าแล้วอาจารย์ก็ OK จริง ๆ หรือเขาปัดความรำคาญก็ไม่รู้ "คุณไปทำมาเหอะ"

 

โปรเจกต์นี้ก็เลยมีผมเป็นมือ Coding และเพื่อนผมอีกคน เป็นคนออกแบบหน้าตา

โปรแกรม และระบบการทำงานทั้งหมด นั่งทำกัน 6 วัน 4 คืน (ไม่ได้นอนซะสองคืน)

ขอระบายอย่างโต้ง ๆ เลยว่า ผมดึงทุกอย่างที่เรียนหรือรู้มาำทำโปรเจกต์นี้แทบจะ

หมดสมอง ทำแบบเต็มที่จริง ๆ เพราะถือว่าโปรเจกต์นี้ เป็นโปรเจกต์สุดท้ายของชีวิต

ปีสองแล้วครับ ตอนที่ทำเสร็จก่อนพรีเซนต์วันเดียว ความรู้สึกคือ ดีใจ + ปวดตับ

+ ปวดซีรีบรัมและก้านสมองซีกขวาข้างซ้ายมาก (ทั้งหมดคือ Overacting

เพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึก)แต่ก็ยังแอบเครียดว่า "โปรแกรมกูมันเปอร์เฟกต์

หรือยังวะ ?" แต่เอาเถอะ ผมเต็มที่กับมันละ

 

เมื่อวานนี้ก็ไปพรีเซนต์โปรเจกต์ที่ทำกับอาจารย์ ซึ่งทีแรกนึกว่าจะให้ไปพรีเซนต์

หน้าห้อง ให้เพื่อน ๆ นั่งดูที่ไหนได้ ตัวต่อตัวเข้าไปในห้องทีละกลุ่ม ทีละกลุ่ม

 

ตอนก่อนจะออกไปพรีเซนต์ ทุก ๆ กลุ่มก็จะตรวจสอบโปรแกรมกันเป็นครั้งสุดท้าย

(หรือบางกลุ่มก็เริ่มเขียนโปรแกรมเป็นครั้งแรก ) ตอนที่ตรวจสอบโปรแกรม

ก็มีเพื่อน ๆ มา อู้หู อ้าหา งานของกลุ่มผมอยู่บ้าง กลุ่มผมออกไปพรีเซนต์เป็นกลุ่มแรก ๆ

เพราะ เพื่อนกลุ่มอื่น ๆ บอกว่า "ใครพร้อมก็ไปก่อนไป กูยังต้องแก้บักอีกนิดหน่อย"

บวกกับคู่ผมที่มันเอารถพ่อมันมารับผมถึงบ้าน ต้องเอารถกลับไปคืนก่อนบ่ายสามโมง

 

การพรีเซนต์ก็เป็นไปได้ด้วยดีครับ ดีเกินคาดด้วยซ้ำ ขนาดที่ อาจารย์หลุดปากมาว่า

"สุดยอดดด"ได้ ผมได้ยินแล้วน้ำตาจะไหล พอพรีเซนต์เสร็จผมกับเพื่อนก็ยัง

ไปช่วยดูช่วยแก้บักให้กับกลุ่มอื่น ๆ อยู่เนือง ๆ

 

เนื่องจากอยู่แก้บักให้เพื่อนกลุ่มอื่นนานไปหน่อย ผมเลยปล่อยใ้ห้คู่ผมกลับบ้านไปก่อน

(ก่อนที่พ่อมันจะเอาปืนไล่ยิง เพื่อนผมมันว่าอย่างนั้น) หลังจากนั้นก็กลับบ้านครับ

ก่อนกลับกะว่าจะไปหาอะไรกินกับเพื่อนก่อน เลยกะว่าจะขึ้นแท็กซี่ไป ซึ่งระหว่างที่

กำลังจะเดินออกไปรอแท็กซี่ก็เจอเพื่อนผมคนนึง แต่บังเอิญว่าอยู่กันคนละ SEC เลย

ไม่ค่อยสนิทแต่พวกผมก็ทักทายตามประสาเพื่อน แล้วมันหารแท็กซี่กับพวกผมไปลง

สถานี BTS ชิดลมด้วยระหว่างที่นั่งแท็กซี่ไปเราก็คุยกันเรื่องโปรเจกต์ที่พรีเซนต์ไป

จนถึงไอ้เพื่อนต่าง SEC คนนี้แหละครับ

มันว่า....

 

ไอ้เพื่อน : มึงง่ะไม่น่ารีบพรี ฯ ก่อนเลย อาจารย์เขาก็เอาโปรแกรมมึงเป็นบรรทัดฐานสิ

ผม : อ้าว ?

ไอ้เพื่อน : แล้วแบบนี้กลุ่มอื่น ๆ ก็ซวยสิ ที่มันทำกาก ๆ จะทำยังไง ?

ผม : แล้วมึงล่ะ ?

ไอ้เพื่อน : โปรแกรมกูก็ไม่ค่อยดีหรอก เขียนแค่สองวัน

ผม : แล้วทำไมมึงไม่ทำให้มันดีล่ะ ?

ไอ้เพื่อน : กูพอใจของกูแค่นี้.

ผม : .....

 

จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องคุยเลยครับ ไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว

 

ได้แต่คิดว่า การที่ผมเต็มที่กับงาน แล้วทำงานออกมาได้ดี มันแปลว่าผมเห็นแก่ตัว ?

มันแปลว่าผมกำลังฆ่าเพื่อนทางอ้อม ? หรือการตั้งใจทำงานเพื่อให้งานมันออกมาดี

มันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไปแล้วกันแน่ .....คิดแล้วก็ปวดตับ + ปวดซีรีบรัมและก้านสมอง

ซีกขวาข้างซ้าย.

Comment

Comment:

Tweet

อยากรู้จริงๆว่าไอ้คนแบบนี้
จบไปมันจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ไหมเนี่ย

sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

#4 By domifemty on 2009-03-11 21:44

พี่ห่างเหินเรื่องคอมมานาน



แต่พอจำได้ว่าเขียนภาษาอะไรไป

ไม่แน่ใจระหว่าง ภาษา C หรือ โคบอล sad smile

#3 By tara on 2009-03-11 13:47

ใครว่ะ ไบ้หน่อย
คนแบบนี้มานก็มีได้ทั่วๆไปล่ะ
ทีี่กูซิ่วไปเนี่ยกูเจอแต่พวกปัญาอ่อนไม่รู้จักโตวะ
โปรเจคก็อาจเสร้จไม่ทัน วะ กูอยากทำเป็นแบบของตัวเอง
ซะหน่อย ห้อ สงสัยต้องกอป ไปล่ะวะ กูต้องรับไปปั่นล่ะ

#2 By วิถีแห่งฟ้า (117.47.199.163) on 2009-03-11 00:13

big smile confused smile cry

โอ้ววววววววววววววววว
ได้ข้อคิดๆๆๆ 5 5 5 +


wink surprised smile question

#1 By AunG (58.9.91.41) on 2009-03-11 00:09